หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นและลงภูเขา  (อ่าน 40886 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เม้ง รถบ้าน_บ้าน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 575


ว่างมะ ไปเที่ยวกัน


« เมื่อ: 09 ธันวาคม 2011 11:01:17 PM »

ผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะเห็นว่ามีความสำคัญ เนื่องจากว่าถ้าเราต้องขับรถบ้านที่มีทั้งความใหญ่และน้ำหนักที่มากไปเที่ยวตามสถานที่ ที่ต้องขึ้นภูเขาสูงๆแล้วเราควรจะต้อง
เรียนรู้วิธีการขับที่ถูกต้อง และปลอดภัย ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกที่มีความรู้เรื่องนี้ช่วยมาแบ่งบันกันนะครับ รถเกียร์ธรรมดาผมไม่ห่วงหรอก ห่วงรถเกียร์ออโต้
เช่น ทริปล่าสุดที่ไปทัวร์รอบแม่ฮ่องสอน บนจุดชมวิวดอยกิ่วลม ผมเห็นกับตาเลย ลุงคนหนึ่งขับรถเก๋งคันละล้านเจ็ดแสนป้ายแดง จอดผ้าเบรคเหม็นไหม้หึ่งเลย
เสียงคุยโทรศัพท์พูดว่า รถไม่มีกำลังขึ้นไม่ค่อยจะไหว ความร้อนก็ขึ้น ผ้าเบรคก็ไม่ดี กรรมผมจะสอดก็กลัวจะหาว่าปีนเกรียว ก็ได้แต่คิดว่าลุงจะไปแย่งข้าวลิง
กินตรงไหน(รถเสีย) เพราะระยะทางยังไม่ถึงครึ่งเลย เหนื่อยจัง เหนื่อยจัง เหนื่อยจัง
ช่วยอธิบายด้วยครับเวลาขึ้นเขาใช้เกียร์อะไร ลงเขาใช้เกียร์อะไร ขอบคุณครับ Kiss
บันทึกการเข้า
เม้ง รถบ้าน_บ้าน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 575


ว่างมะ ไปเที่ยวกัน


« ตอบ #1 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2011 11:45:40 PM »

เริ่มจากผมเลยถ้าผิดหลักการก็ช่วยบอกด้วยนะครับ จะได้ปรับปรุงวิธีการขับ  เพราะที่ผมเข้าใจนี่อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวก็ได้นะครับ งง
ขับขึ้นภูเขา
 เกียร์ D  ถ้าเขาไม่ชันมาก ขับDส่งขึ้นไปเลย ความร้อนไม่ขึ้นแน่ๆ
 เกียร์ D2 ถ้าผมขับDอยู่แล้วเกิดขึ้นไม่ไหวดึงมาที่D2 แล้วขับไปเรื่อยๆ (D2คือ ล็อกให้เครื่องทำงานที่เกียร์1และเกียร์2) เหยียบรถส่งกำลังได้นะครับ แต่ถ้าขึ้นเนินได้แล้วก็ถอนคันเร่งซะ ไม่งั้นระวังความร้อนขึ้น
   ถ้าเป็นเนินชันยาวๆเราขับที่D2 รถจะเชนตัวเองมาที่เกียร์หนึ่งเองอย่าไปเข้าL นะ ขณะกำลังไต่ความชันคอยสังเกตุเกย์ความร้อนด้วยอย่าให้เกินสามในสี่  และคอยฟังเสียงเครื่องด้วย เพื่อว่าเกย์ความร้อนเสีย ถ้ารถมีเสียงเขก ปั๊กๆๆๆๆ แสดงว่าอุณหภูมิในห้องเครื่องร้อนมากถึงมากที่สุด แต่เราก็ยังขับต่อไปได้นะแต่ก็ไม่ดีแล้วละ แต่ถ้าถึงขนาดรู้สึกได้ว่ารถเรากำลังลดลง เหยียบแล้วไม่วิ่งหรือวิ่งช้าจนผิดสังเกตุ หาที่จอดข้างทางเลยครับ เดินไปถ่ายรูปชมนก ชมไม้ซักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยมาเปิดดู ระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หม้อน้ำ ถ้าปรกติก็ขับต่อไปได้ครับ
 ขับลงภูเขา
 ใช้เกียร์ D2 สำหรับ เขาที่ไม่ชันมาก  ใช้เบรคให้น้อยที่สุด
  ใช้เกียร์ L สำหรับลงเขาที่ชันมากๆ รถจะค่อยๆลงช้าๆ จะทำให้เราใช้เบรคน้อยที่สุด ป้องกันผ้าเบรคไหม้    ที่สำคัญเมื่อถึงทางราบแล้วก็อย่ากดคันเร่งในขณะใช้เกียร์Lนะครับ ให้เปลื่ยนเป็นเกียร์ D2 หรือ D ซะก่อนแล้วค่อยกดคันเร่ง อย่ากดเบรคแบบแช่ไปเรื่อยๆนะครับ เพราะถ้าทำอย่างนั้น คงขึ้นลงเขาได้ไม่กี่ลูก  ผ้าเบรคไหม้แน่ๆ
 
น้ำมันเครื่องที่ใช้ควรใช้เกรดดีๆหน่อยนะครับ น้ำมันเกียร์ควรใช้เกรดดีๆด้วยเช่นกันของผมใช้วาโวลีนลิตรละเกือบ500บาท เพราะใช้เกรดต่ำๆขึ้นลงเขาแล้วมีอาการเกียร์กะตุก
เนี่ยแหละวิธีที่ผมใช้ขับวนรอบปายแม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง ขับขึ้นไหวทุกเนิน ผ้าเบรคไม่ไหม้ไม่มีกลิ่น ความร้อนปรกติ ระบบเครื่องยนต์ปรกติ ถูกผิดอย่างไร แนะนำด้วยครับ Wink
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 ธันวาคม 2011 11:50:57 PM โดย เม้ง เมืองเทพ » บันทึกการเข้า
หนึ่ง ท่องไพร
ผู้ดูแลระบบเว็บไซด์ไทยอาร์วี
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7001


ผู้ก่อตั้งชมรมไทยอาร์วี (Thairv Club)

onedesign_th@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2011 11:51:27 PM »

คัดลอกมาจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถครับ....

เกียร์ออโต้...ขับอย่างถูกต้อง...มันยังไงกันนะ

ทุกวันนี้เราคงต้องยอมรับครับว่า รถยนต์ที่จำหน่ายในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่มาพร้อมระบบเกียร์ ออโต้ที่ส่วนหนึ่งที่ระบบส่งกำลังแบบนี้ได้รับความนิยมนั้น ก้มาจากความสะดวกสบายในการใช้งานที่สามารถตอบสนองรูปแบบการขับขี่จริงได้ง่าย และไม่ยุ่งยาก และขอแค่เพียงเวลา 5 นาที ในการเรียนรู้คุณก็สามารถขับได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ด้วยความง่ายทำให้คนที่ขับขี่ระบบเกียร์อัตโนมัติหลายคน ไม่ได้นึกอยากที่จะเรียนรู้การขับขี่ระบบเกียร์แบบนี้ที่ถูกต้อง ซึ่งนอกจากจะให้การขับที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีผลต่ออัตราประหยัดน้ำมันที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย



พื้นฐานที่ต้องจำ

สิ่งแรกที่คุณควรเรียนรู้เอาไว้เริ่มเลย คือ เกียร์อัตโนมัติจะทำการขึ้นเกียร์หรือลดอัตราทดเองเมื่อผู้ขับขี่ลดอัตราเร่งน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถนั่งที่การยิ่งเร่งน้อยเกียร์ก็จะยิ่งเปลี่ยนไวขึ้น เช่นเดียวกันกับโปรแกรมเกียร์ที่ทำออกมาตอบสนองการขับขี่ที่เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไป

โปรแกรมเกียร์นั้นคือตำแหน่งที่บอกถึงลักษณะการใช้งานเกียร์ ที่มี P R N D 3 2 และ L ซึ่งอาจแตกต่างไปบ้างตามการเรียกของแต่ละยี่ห้อรถ แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้น โดยมากจะมีลักษณะการทำงานเดียวกัน แต่ด้วยการมองข้าม ทำให้หลายคนคิดว่าแค่ปรับเดินหน้าถอยหลังได้ ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ



โปรแกรมเกียร์ เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ความจริงแล้วแค่ทำให้รถเดินหน้าถอยหลังนั้น ถือว่าเป็นเพียงข้อพื้นฐานมากของการเลือกใช้รถเกียร์ออโต้ เพราะโปรแกรมเกียร์ที่ใส่มาให้มากมายนั้นถือว่าเป็นของที่มีประโยชน์ที่ต้องใช้ให้ถูกตามสถานการณ์การขับขี่ด้วย

โดยมากโปรแกรมเกียร์ที่หลายคนมองข้ามไปนั้น คงไม่พ้น 2 และ L ซึ่ง บางคนซื้อรถมาแทบไม่ได้ใช้งานเลยก็เป็นไปได้ ทั้งที่ตำแหน่งเกียร์ทั้ง 2 นี้ล้วนมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังมองรถเกียร์อัตโนมัติในการใช้งานในเขตเมือง



ตามปกติแล้วการใช้งานระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ตำแหน่ง L จะแทนการใช้ตำแหน่งเกียร์ 1 เท่านั้น ซึ่ง จะมีผลดีในเวลาที่คุณผจญกับสภาวะการจราจรติดขัดและค่อยๆกระดื๊บๆ ไปข้างหน้า และในอีกกรณีที่สำคัญนั้นคือ การขึ้นทางชัน ซึ่งการที่เราเลือกเกียร์ L นั้นจะช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้นในการไต่เนินสูง และยังช่วยในการหน่วง เวลาเราลงทางลาดชัน ในทางกลับกันด้วย

สำหรับตำแหน่ง 2 นั้น เป็นการแทนการสับเกียร์ ขึ้น เพียง 2 เกียร์ ซึ่งบางคนไม่แน่ใจว่าต้องใช้งานที่ไหนกันแน่ ตำแหน่งเกียร์ 2 นั้น จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณขับรถในซอย เพราะการที่เราใช้เกียร์ 2 ตำแหน่ง ทำให้สามารถหยุดรถยามฉุกเฉินได้ไวกว่าการใช้ตำแหน่ง D ที่จะขึ้นเกียร์ทั้งหมด แต่การใช้ตำแหน่งนี้ ต้องใช้วิจารณญาณของคนขับกับเส้นทางร่วมด้วย
บันทึกการเข้า



บางครั้ง เรามองหาสิ่งที่ขาด.. จนพลาดสิ่งที่มี.... และบางครั้งก็เฝ้าหาสิ่งที่ดี.. จนทำให้ "สิ่งที่มี" นั้นหายไป !!!
หนึ่ง ท่องไพร
ผู้ดูแลระบบเว็บไซด์ไทยอาร์วี
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7001


ผู้ก่อตั้งชมรมไทยอาร์วี (Thairv Club)

onedesign_th@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 12:00:30 AM »

เริ่มจากผมเลยถ้าผิดหลักการก็ช่วยบอกด้วยนะครับ จะได้ปรับปรุงวิธีการขับ  เพราะที่ผมเข้าใจนี่อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวก็ได้นะครับ งง
ขับขึ้นภูเขา
 เกียร์ D  ถ้าเขาไม่ชันมาก ขับDส่งขึ้นไปเลย ความร้อนไม่ขึ้นแน่ๆ
 เกียร์ D2 ถ้าผมขับDอยู่แล้วเกิดขึ้นไม่ไหวดึงมาที่D2 แล้วขับไปเรื่อยๆ (D2คือ ล็อกให้เครื่องทำงานที่เกียร์1และเกียร์2) เหยียบรถส่งกำลังได้นะครับ แต่ถ้าขึ้นเนินได้แล้วก็ถอนคันเร่งซะ ไม่งั้นระวังความร้อนขึ้น
   ถ้าเป็นเนินชันยาวๆเราขับที่D2 รถจะเชนตัวเองมาที่เกียร์หนึ่งเองอย่าไปเข้าL นะ ขณะกำลังไต่ความชันคอยสังเกตุเกย์ความร้อนด้วยอย่าให้เกินสามในสี่  และคอยฟังเสียงเครื่องด้วย เพื่อว่าเกย์ความร้อนเสีย ถ้ารถมีเสียงเขก ปั๊กๆๆๆๆ แสดงว่าอุณหภูมิในห้องเครื่องร้อนมากถึงมากที่สุด แต่เราก็ยังขับต่อไปได้นะแต่ก็ไม่ดีแล้วละ แต่ถ้าถึงขนาดรู้สึกได้ว่ารถเรากำลังลดลง เหยียบแล้วไม่วิ่งหรือวิ่งช้าจนผิดสังเกตุ หาที่จอดข้างทางเลยครับ เดินไปถ่ายรูปชมนก ชมไม้ซักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยมาเปิดดู ระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หม้อน้ำ ถ้าปรกติก็ขับต่อไปได้ครับ
 ขับลงภูเขา
 ใช้เกียร์ D2 สำหรับ เขาที่ไม่ชันมาก  ใช้เบรคให้น้อยที่สุด
  ใช้เกียร์ L สำหรับลงเขาที่ชันมากๆ รถจะค่อยๆลงช้าๆ จะทำให้เราใช้เบรคน้อยที่สุด ป้องกันผ้าเบรคไหม้    ที่สำคัญเมื่อถึงทางราบแล้วก็อย่ากดคันเร่งในขณะใช้เกียร์Lนะครับ ให้เปลื่ยนเป็นเกียร์ D2 หรือ D ซะก่อนแล้วค่อยกดคันเร่ง อย่ากดเบรคแบบแช่ไปเรื่อยๆนะครับ เพราะถ้าทำอย่างนั้น คงขึ้นลงเขาได้ไม่กี่ลูก  ผ้าเบรคไหม้แน่ๆ
 
น้ำมันเครื่องที่ใช้ควรใช้เกรดดีๆหน่อยนะครับ น้ำมันเกียร์ควรใช้เกรดดีๆด้วยเช่นกันของผมใช้วาโวลีนลิตรละเกือบ500บาท เพราะใช้เกรดต่ำๆขึ้นลงเขาแล้วมีอาการเกียร์กะตุก
เนี่ยแหละวิธีที่ผมใช้ขับวนรอบปายแม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง ขับขึ้นไหวทุกเนิน ผ้าเบรคไม่ไหม้ไม่มีกลิ่น ความร้อนปรกติ ระบบเครื่องยนต์ปรกติ ถูกผิดอย่างไร แนะนำด้วยครับ Wink

แต่ผมว่าตามนี่น่าจะโอเคเลยนะครับ  เยี่ยม
บันทึกการเข้า



บางครั้ง เรามองหาสิ่งที่ขาด.. จนพลาดสิ่งที่มี.... และบางครั้งก็เฝ้าหาสิ่งที่ดี.. จนทำให้ "สิ่งที่มี" นั้นหายไป !!!
beambeam
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 12:19:38 AM »

ดีเลยครับผมก็เป็นคนนึงที่ใช้รถเกียร์ออโต้ครับ คือจริงๆชอบเกียร์ธรรมดาครับแต่มองว่าแฟนขับไม่เป็นถ้าเวลาไปตจว แล้วเกิดเหตุอะไรเค้าก็ขับแทนได้ครับ
มีข้อมูลแบ่งกันไว้ดีครับ โดยเฉพาะรถบ้าน เพราะบางแบบก็ใหญ่ ยาว แบบพ่วง หรือหนัก ข้อมูลการขับขี่รู้ไว้มากๆก็ดีครับหลายๆอย่างบางคนอาจทราบอยู่แล้วแต่อย่างน้อยเผื่อมีบางข้อที่ยังไม่รู้แล้วรู้ไว้กีได้ประโยชน์มากเพียงพอแล้วครับ  เยี่ยม เยี่ยม
บันทึกการเข้า
เต้ย RV
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2045



อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 08:14:59 AM »

สาระล้วนๆ  ชอบครับ ฉลอง ฉลอง   เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม     ส่วนรถผมฝ่ายธรรมะ



















ดาครับ Grin
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 ธันวาคม 2011 08:16:41 AM โดย เต้ย RV » บันทึกการเข้า
Caravanth
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 257


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 10:40:54 AM »

ผมขับออโต้มาเป็นสิบปีทั้งทางลาดยางและออฟโรด เห็นพัฒนาการของเกียร์ออโต้จนเดี๋ยวนี้ใส่ D อย่างเดียวโลด(อีกอย่างมันไม่ช่องอื่นให้เลือกด้วยครับ)...อดีตส่วนใหญ่ขึ้นไม่ใช่ปัญหาครับเพราะมันเปลี่ยนเองจาก 4-3-2-1 อยู่แล้ว ถ้ามี Over drive ให้ off "OD" ในช่วงทางเขาครับ ปัญหาของเกียร์ ออโต้จะเกิดตอนลงนี่แหละครับ เพราะมันไม่รู้ว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี่เนื่องจากเราขับเร็วขึ้นหรือเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้มันเร็วขึ้น ก็เลยทำให้มันคิดได้เพียงว่ามันเร็วขึ้นก็เลยต้องเปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ที่สูงขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวน่าจะหมดไปหลายปีแล้วนะครับ พวก ETCi, Super Multi, Grade Logic พวกนี้เป็นชื่อทางการค้าของแต่ละยี่ห้อโดยเค้าจะมีเซ็นเซอร์เยอะแยะไปหมดรวมไปถึงข้อมูลจากเครื่องยนต์เพื่อบอกว่าตอนนี้รถ "ขึ้น" หรือ "ลง" หรืออยู่ในช่วงไม่ขึ้นไม่ลงแต่กำลังราบจากลูกแรกไปลูกที่สอง พวกรอบเครื่องยนต์ มุมคันเร่ง อัตราการเหยียบเบรค อัตราการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความเร็วรถ และ ภาระโหลดของเครื่องยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย จะป้อนเข้าสู่โปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์สั่งให้รถเลือกเกียร์ที่เหมาะสมโดยผู้ขับไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าตามที่คุณเม้งว่ารถป้ายแดงคันละล้านเจ็ดจอดเบรคใหม้แสดงว่าขับไม่เป็นมากกว่าเรื่องเกียร์ออโต้ครับ อาการนี้ถ้ามาขับธรรมดาก็ใหม้ครับ เพราะหลายๆท่านขับรถเหมือนรถไฟฟ้าคือจะให้ไปข้างหน้าก็เหยียบคันเร่งจนเกือบมิดพอละจากคันเร่งก็มาเหยียบเบรค ผมเจอมาหลายครั้งเวลาขับทางเขาเวลาขับตามรู้เลยว่าขับรถมาจากเมืองชีวิตนี้อาจจะไม่ค่อยได้ขับทางเขาเวลาเจอเนินแกก็เหยียบซะเหมือนกลัวขึ้นเนินไม่ได้พอพ้นปุ้บก็ก็เบรคเหมือนว่ามันจะแหกโค้ง ร้อยทั้งร้อยเบรคใหม้ ผมบังเอิญเกิดในจังหวัดภูเขาก็จะชินและถ้าขับในละแวกนั้นถ้าลองตามรถท้องถิ่นดูก็จะเห็นเลยครับว่ารถคนแถวนั้นไม่ค่อยเบรคไม่ว่าจะเกียร์ธรรมดาหรือออโต้ครับ ถ้าลองสังเกตุรถรุ่นใหม่ๆไม่มี 3-2-L มีแต่ P R N D หมดแล้วไม่มีให่เลือกเลยเพราะมันไม่จำเป็นอีกต่อไป ถ้าขับรถแบบที่มี 3-2-L หรือ 2-L ก็ขับแบบคุณเม้งว่าถูกต้องแล้วครับ ที่สำคัญที่สุดถ้าขับทางชันมากๆ เช่น ขึ้นอินทนนท์ หรือ เขาสูงๆในภาคเหนือพยายามใช้เบรคให้น้อยที่สุด ขับไปเรื่อยๆ อย่าใจร้อน เบรคเหยียบแช่ๆใว้ไม่เกิน 15 นาทีครับ มันจะเฟรด จนเบรคไม่อยู่เลยแหละ ให้ดีให้กดเพื่อลดความเร็วไปเลยแล้วปล่อยให้หมดไม่ต้องกลัวพังอย่าแช่ครับ แช่เมื่อไหร่เป็นเรื่องเลย Grin
บันทึกการเข้า
เม้ง รถบ้าน_บ้าน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 575


ว่างมะ ไปเที่ยวกัน


« ตอบ #7 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 02:05:58 PM »

ผมขับออโต้มาเป็นสิบปีทั้งทางลาดยางและออฟโรด เห็นพัฒนาการของเกียร์ออโต้จนเดี๋ยวนี้ใส่ D อย่างเดียวโลด(อีกอย่างมันไม่ช่องอื่นให้เลือกด้วยครับ)...อดีตส่วนใหญ่ขึ้นไม่ใช่ปัญหาครับเพราะมันเปลี่ยนเองจาก 4-3-2-1 อยู่แล้ว ถ้ามี Over drive ให้ off "OD" ในช่วงทางเขาครับ ปัญหาของเกียร์ ออโต้จะเกิดตอนลงนี่แหละครับ เพราะมันไม่รู้ว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี่เนื่องจากเราขับเร็วขึ้นหรือเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้มันเร็วขึ้น ก็เลยทำให้มันคิดได้เพียงว่ามันเร็วขึ้นก็เลยต้องเปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ที่สูงขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวน่าจะหมดไปหลายปีแล้วนะครับ พวก ETCi, Super Multi, Grade Logic พวกนี้เป็นชื่อทางการค้าของแต่ละยี่ห้อโดยเค้าจะมีเซ็นเซอร์เยอะแยะไปหมดรวมไปถึงข้อมูลจากเครื่องยนต์เพื่อบอกว่าตอนนี้รถ "ขึ้น" หรือ "ลง" หรืออยู่ในช่วงไม่ขึ้นไม่ลงแต่กำลังราบจากลูกแรกไปลูกที่สอง พวกรอบเครื่องยนต์ มุมคันเร่ง อัตราการเหยียบเบรค อัตราการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความเร็วรถ และ ภาระโหลดของเครื่องยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย จะป้อนเข้าสู่โปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์สั่งให้รถเลือกเกียร์ที่เหมาะสมโดยผู้ขับไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าตามที่คุณเม้งว่ารถป้ายแดงคันละล้านเจ็ดจอดเบรคใหม้แสดงว่าขับไม่เป็นมากกว่าเรื่องเกียร์ออโต้ครับ อาการนี้ถ้ามาขับธรรมดาก็ใหม้ครับ เพราะหลายๆท่านขับรถเหมือนรถไฟฟ้าคือจะให้ไปข้างหน้าก็เหยียบคันเร่งจนเกือบมิดพอละจากคันเร่งก็มาเหยียบเบรค ผมเจอมาหลายครั้งเวลาขับทางเขาเวลาขับตามรู้เลยว่าขับรถมาจากเมืองชีวิตนี้อาจจะไม่ค่อยได้ขับทางเขาเวลาเจอเนินแกก็เหยียบซะเหมือนกลัวขึ้นเนินไม่ได้พอพ้นปุ้บก็ก็เบรคเหมือนว่ามันจะแหกโค้ง ร้อยทั้งร้อยเบรคใหม้ ผมบังเอิญเกิดในจังหวัดภูเขาก็จะชินและถ้าขับในละแวกนั้นถ้าลองตามรถท้องถิ่นดูก็จะเห็นเลยครับว่ารถคนแถวนั้นไม่ค่อยเบรคไม่ว่าจะเกียร์ธรรมดาหรือออโต้ครับ ถ้าลองสังเกตุรถรุ่นใหม่ๆไม่มี 3-2-L มีแต่ P R N D หมดแล้วไม่มีให่เลือกเลยเพราะมันไม่จำเป็นอีกต่อไป ถ้าขับรถแบบที่มี 3-2-L หรือ 2-L ก็ขับแบบคุณเม้งว่าถูกต้องแล้วครับ ที่สำคัญที่สุดถ้าขับทางชันมากๆ เช่น ขึ้นอินทนนท์ หรือ เขาสูงๆในภาคเหนือพยายามใช้เบรคให้น้อยที่สุด ขับไปเรื่อยๆ อย่าใจร้อน เบรคเหยียบแช่ๆใว้ไม่เกิน 15 นาทีครับ มันจะเฟรด จนเบรคไม่อยู่เลยแหละ ให้ดีให้กดเพื่อลดความเร็วไปเลยแล้วปล่อยให้หมดไม่ต้องกลัวพังอย่าแช่ครับ แช่เมื่อไหร่เป็นเรื่องเลย Grin
ขอบคุณครับพี่ ที่จริงผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นเพราะผมคิดถึงคำตอบของพี่นี่แหละ แต่ไม่กล้าบอกตรงๆ และไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอถามต่อเลยครับ แล้วเวลาขับรถขึ้นลงเขาที่ชันๆในขณะที่เราลากรถบ้านแบบพ่วงลาก ไว้ด้านท้ายละครับ ถ้าลากคันที่หนักๆละ ความยากง่ายละครับ รถที่พี่ใช้ลากน่าจะเป็นตัวช่วยได้เยอะเลยนะครับ แล้วรถที่ไม่มีระบบช่วยเหลือละจะยากมั๊ยครับ
ปล. ลุงคนนั้นคงไม่เคยขึ้นลงเขา เพราะตอนที่เขาแซงผม ผมเห็นเบรคยาวตั้งแต่ยอดเนิน จนถึงด้านล่าง ที่เขามาเที่ยวแม่ฮ่องสอนคงตั้งใจจะหาที่ให้ไปให้ไกลๆบ้านละมั้ง เห็นมากับสาว ขาว หุนดี อึ๋ม ผมดำ หน้าสวยๆ ส่วนลุงปาไปเกือบเจ็ดสิบแล้วมั้ง ที่ผมรู้เพราะเขามาจอดรถติดกับผมแล้วลุงก้มไปดูใต้ท้องรถ ไอ้ผมก็ก้มลงไปดูเหมือนกันพอเงยหน้ามาจะแนะนำลุงเขา แฟนผมก็มาสกิดให้ดูสาวในรถ สวยด้วย ผมเลยไม่สอนเลย หมั่นไส้ลุง  ขำ
บันทึกการเข้า
หนึ่ง ท่องไพร
ผู้ดูแลระบบเว็บไซด์ไทยอาร์วี
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7001


ผู้ก่อตั้งชมรมไทยอาร์วี (Thairv Club)

onedesign_th@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 03:21:02 PM »

สรุปแระ อิจฉาคนแก่  ขำ ขำ
บันทึกการเข้า



บางครั้ง เรามองหาสิ่งที่ขาด.. จนพลาดสิ่งที่มี.... และบางครั้งก็เฝ้าหาสิ่งที่ดี.. จนทำให้ "สิ่งที่มี" นั้นหายไป !!!
เม้ง รถบ้าน_บ้าน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 575


ว่างมะ ไปเที่ยวกัน


« ตอบ #9 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 09:46:57 PM »

สรุปแระ อิจฉาคนแก่  ขำ ขำ
ผมกะว่าถ้ารถลุงเสียกลางทางนะ แล้วผมไปเจอ ผมจะบอกให้ลุงเฝ้ารถไว้ก่อนเดี๋ยวผมตามช่างมาให้ ส่วนคนสวยผมจะรับมาด้วย แล้วเอาไปฝากไว้กับพี่หนึ่ง เพราะผมคิดถึงพี่เป็นคนแรกเลย(ไม่รู้เรื่องเก่าๆ ซาๆไปยังครับ ขำ ขำ Grin
 พี่หนึ่งอย่าลืมตอบเรื่อง ขับม้าเขียวลากแคมคาร์ขึ้นลงภูเขาด้วยนะ เรื่องความยากง่าย และอะไรบ้างที่ต้องระวัง ตอบเอาไว้เหอะ ผมมีรางสังหรณ์ว่าเว็ปพี่จะโตแบบก้าวกระโดดนะครับ ฉลอง
บันทึกการเข้า
หนึ่ง ท่องไพร
ผู้ดูแลระบบเว็บไซด์ไทยอาร์วี
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7001


ผู้ก่อตั้งชมรมไทยอาร์วี (Thairv Club)

onedesign_th@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2011 10:12:11 PM »

มีเรื่องเก่าๆ ด้วยหรอพี่  ตกใจ ไม่เคยรู้เลย  Grin

เรื่องเจ้าแคมป์คาร์ ผมใช้รถเกียร์ธรรมดา เลยไม่มีปัญหาอะไรครับ ขับสบายๆ ทั้งขึ้นเขา และลงเขา... แต่สิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม คือที่หนุนล้อครับ ติดรถไว้ตลอด รถหนักๆ เผื่อเกิดไรขึ้นมาช่วยได้เยอะครับ...
บันทึกการเข้า



บางครั้ง เรามองหาสิ่งที่ขาด.. จนพลาดสิ่งที่มี.... และบางครั้งก็เฝ้าหาสิ่งที่ดี.. จนทำให้ "สิ่งที่มี" นั้นหายไป !!!
คนทะเบียน
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


เที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้


« ตอบ #11 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2011 07:52:10 PM »

เรื่องเกียร์ออโตผมห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือการเข้าเกียร์ผิดแล้วตกใจจะเดินหน้าเป็นเข้าเกียร์ถอยหลัง จะถอยหลังเข้าเกียร์เป็นเดินหน้าแล้วเร่งส่ง (อาจจะเป็นเวลาที่รีบร้อน)
บันทึกการเข้า
หนึ่ง ท่องไพร
ผู้ดูแลระบบเว็บไซด์ไทยอาร์วี
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7001


ผู้ก่อตั้งชมรมไทยอาร์วี (Thairv Club)

onedesign_th@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2011 08:27:30 PM »

เรื่องเกียร์ออโตผมห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือการเข้าเกียร์ผิดแล้วตกใจจะเดินหน้าเป็นเข้าเกียร์ถอยหลัง จะถอยหลังเข้าเกียร์เป็นเดินหน้าแล้วเร่งส่ง (อาจจะเป็นเวลาที่รีบร้อน)

ผิดแบบนี้คงเมาแระครับพี่  ขำ ขำ
บันทึกการเข้า



บางครั้ง เรามองหาสิ่งที่ขาด.. จนพลาดสิ่งที่มี.... และบางครั้งก็เฝ้าหาสิ่งที่ดี.. จนทำให้ "สิ่งที่มี" นั้นหายไป !!!
คนทะเบียน
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


เที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้


« ตอบ #13 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2011 10:15:19 PM »

ผมกลัวจริง ๆ นะ พี่หนึ่ง กลัวเผลอเข้าสักวัน
http://www.manager.co.th/local/viewnews.aspx?NewsID=9540000154806
บันทึกการเข้า
หนึ่ง ท่องไพร
ผู้ดูแลระบบเว็บไซด์ไทยอาร์วี
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7001


ผู้ก่อตั้งชมรมไทยอาร์วี (Thairv Club)

onedesign_th@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2011 07:52:35 PM »

น่ากลัวครับพี่  ตกใจ งง
บันทึกการเข้า



บางครั้ง เรามองหาสิ่งที่ขาด.. จนพลาดสิ่งที่มี.... และบางครั้งก็เฝ้าหาสิ่งที่ดี.. จนทำให้ "สิ่งที่มี" นั้นหายไป !!!
เม้ง รถบ้าน_บ้าน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 575


ว่างมะ ไปเที่ยวกัน


« ตอบ #15 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2011 11:53:47 AM »

เรื่องเกียร์ออโตผมห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือการเข้าเกียร์ผิดแล้วตกใจจะเดินหน้าเป็นเข้าเกียร์ถอยหลัง จะถอยหลังเข้าเกียร์เป็นเดินหน้าแล้วเร่งส่ง (อาจจะเป็นเวลาที่รีบร้อน)
ใช่ครับอันตรายมากๆ ยิ่งถ้าเป็นรถบ้านด้วยแล้ว ทั้งน้ำหนักที่มาก ขนาดตัวรถที่ใหญ่โต ผู้ขับจึงต้องมีสติตลอดเวลาครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: